Author Archives: sitthipong

Parabolic Sar คือ อะไร ใช้ยังไง ใช้คู่กับอะไร สูตรคำนวณ การตั้งค่าที่เหมาะสม

Parabolic SAR

Parabolic Sar คืออะไร Parabolic SAR เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาในตลาดการเงิน โดยสร้างขึ้นโดย J. Welles Wilder ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ทางเทคนิคชื่อดัง อินดิเคเตอร์นี้ช่วยระบุแนวโน้มของราคา และให้สัญญาณซื้อหรือขายในตลาด โดยการวางจุดบนแผนภูมิราคา ที่เมื่อราคาอยู่ด้านบนจะแสดงแนวโน้มขาลง และเมื่อราคาอยู่ด้านล่างจะแสดงแนวโน้มขาขึ้น การนำ Parabolic SAR มาใช้ในการตัดสินใจการเทรดควรเป็นการร่วมกับเครื่องมือและวิเคราะห์อื่นเพื่อเพิ่มความถูกต้องและเสถียรภาพในการตัดสินใจการลงทุน. Parabolic SAR ถูกคิดค้นเพื่อแก้ปัญหาความช้าของสัญญาณในการบ่งชี้แนวโน้มในตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้สัญญาณแสดงแนวโน้ม (Trend) ที่มีความล่าช้าหลังจากที่แนวโน้มของราคาเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง ตัวตัวชี้วัด Parabolic SAR ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความเร่งของสัญญาณแนวโน้มเมื่อราคาทำสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ โดยพิจารณาค่าราคาและเวลาเป็นแนวทางหลัก โดยสัญญาณของ Parabolic SAR มีลักษณะคล้ายกับแบบจานหน้าเรียกว่า Parabolic Curve ซึ่งมีลักษณะการเคลื่อนที่เร็วขึ้นเมื่อราคาทำจุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ นั่นคือเมื่อแนวโน้มเปลี่ยน จุด Parabolic SAR จะเร่งเคลื่อนที่ใกล้ราคาปัจจุบันเพื่อสร้างแนวโน้มใหม่ Parabolic Sar ใช้ยังไง Parabolic SAR เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่มีหลายประโยชน์ในการวิเคราะห์และการเทรดในตลาดการเงิน ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ดังนี้ ใช้ดูแนวโน้มของราคาคู่เงิน: Parabolic SAR (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)

dow theory คืออะไร ทฤษฎีดาว 6 ข้อ เจาะลึกทฤษฎี หนังสือแนะนำ

dow theory

dow theory คืออะไร Dow Theory เป็นหลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์และพยากรณ์เครื่องดัชนีตลาดหลักอย่างเช่น Dow Jones Industrial Average (DJIA) โดยใช้กราฟและสถิติต่าง ๆ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดหุ้น หลักการนี้ถูกพัฒนาโดย Charles H. Dow ซึ่งเน้นการวิเคราะห์แนวโน้มราคาโดยใช้กราฟและปริมาณการซื้อขายเพื่อทำนายแนวโน้มของตลาด หลักการ Dow Theory มีหลักคิดหลัก 4 ข้อสำคัญคือ (1) ตลาดสะท้อนทุกสิ่ง, (2) ราคาเคลื่อนไหวตามแนวโน้ม, (3) ตลาดมีแนวโน้มหลัก 3 แบบ, และ (4) ปริมาณการซื้อขายยืนยันแนวโน้ม ลาด Forex เป็นตลาดที่ซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศที่มีการเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ การเคลื่อนไหวในตลาด Forex มีปัจจัยหลายประเภทที่มีผลต่อราคาเงินตรา ไม่ได้เพียงแค่ปริมาณการซื้อขาย (Volume) และแนวโน้มราคา ดังที่ Dow Theory ใช้ในตลาดหลัก ดังนั้นการนำหลักการ Dow (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)

leverage forex คืออะไร มีผลอย่างไร ใช้อย่างไร leverage 1:100 คืออะไร

leverage

leverage forex คืออะไร “Leverage” ในการเทรด Forex (ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ) หมายถึงการใช้เงินก้อนน้อยในการควบคุมจำนวนเงินที่คุณสามารถเทรดได้มากขึ้นเป็นหลายเท่า นั่นหมายความว่าคุณสามารถควบคุมธุรกรรมขนาดใหญ่โดยใช้เงินน้อยเพียงเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงเกี่ยวกับการใช้ leverage เนื่องจากมันสามารถทำให้กำไรหรือขาดทุนขยายมากขึ้นเช่นกัน Leverage คือการยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อเทรดเงินตราต่างประเทศ โดยใช้เงินทุนน้อยกว่ามูลค่าที่คุณต้องการเทรด เมื่อคุณทำการเปิดตัวแบบ leverage ในการซื้อขาย Forex คุณจะเลือกกำหนดสัดส่วนระหว่างเงินทุนที่คุณมีและจำนวนเงินที่คุณต้องการที่จะควบคุม ตัวอย่างเช่นถ้าคุณมีเงินทุน $1,000 และต้องการเปิดการซื้อขายในมูลค่า $10,000 ด้วย leverage สัดส่วน 10:1 คุณต้องการเงินทุนเพียง $1,000 เท่านั้นและโบรกเกอร์จะให้เงินยืมให้คุณมูลค่า $9,000 เพิ่มเข้ามา leverage forex มีผลอย่างไร Leverage ในการเทรด Forex มีผลต่อการซื้อขายของคุณในหลายด้าน ดังนี้ การเพิ่มพลังซื้อขาย การเพิ่มพลังซื้อขายในการเทรด Forex หมายถึงการใช้ leverage เพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมการเทรดในขนาดที่ใหญ่กว่าเงินทุนที่คุณมีจริง นั่นหมายความว่าคุณสามารถซื้อขายเงินตรามากขึ้นเมื่อใช้ leverage เพื่อเข้าไปในตลาดโดยใช้เงินทุนน้อยกว่ามูลค่าการเทรดจริง ตัวอย่างการเพิ่มพลังซื้อขายด้วย leverage: ถ้าคุณมีเงินทุน $1,000 (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)

hedging คือ fx hedging มีกี่ประเภท Partial hedge, Dynamic hedge, unhedge คืออะไร อธิบาย ยกตัวอย่างประกอบ

hedging

hedging คือ “Hedging” เป็นคำศัพท์ทางการเงินและการลงทุนที่ใช้เพื่อลดความเสี่ยงของการสูญเสียทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในราคาของทรัพย์สินหรือสินทรัพย์ทางการเงินต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีความผันผวนสูง การเป็นโดยธรรมชาติหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอาจมีผลต่อราคาและความคุ้มค่าของลงทุนในขณะที่ผลการลงทุนยังไม่เป็นที่ทราบอย่างแน่นอน การใช้งาน “hedging” มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง “Hedging” ในภาษาอังกฤษหมายถึง การป้องกันความเสี่ยงหรือการลดความเสี่ยงในการลงทุนหรือการดำเนินงาน โดยใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือแปรผันทางการเงินหรือตลาด เช่น ในการลงทุนในตลาดหุ้น นักลงทุนสามารถใช้เทคนิคการซื้อขายหลายแบบ เช่น การซื้อหุ้นและซื้อตัวเลือกขาย (call options) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลดมูลค่าของหุ้น หรือการซื้อหุ้นและซื้อตัวเลือกซื้อ (put options) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเพิ่มค่าของหุ้น ตัวอย่าง hedging สมมติว่าบริษัท ABC คาดว่าอัตราแลกเปลี่ยน (exchange rate) ระหว่างสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และยูโร (EUR) อาจมีความผันผวนที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรและขาดทุนของธุรกิจในอนาคต บริษัท ABC ต้องการป้องกันความเสี่ยงนี้ด้วยการฮีดจ์ โดยใช้สัญญาซื้อขายแลกเปลี่ยน (swap contract) ดังนี้: บริษัท ABC จะทำสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยน (currency swap) กับธนาคารหรือผู้ลงทุนอื่น ๆ เป็นเวลาหนึ่งปี (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)

Margin call คือ อะไร forex ล้างพอร์ต พอร์ตแตก หมายถึงอะไร ยกตัวอย่าง

margin call

Margin call คืออะไร Margin call คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการซื้อขายหุ้นหรือการลงทุนในตลาดทุน โดยเฉพาะในการซื้อขายในระบบการค้าผ่านบัญชีการค้าเบิกเนต (margin account) ซึ่งผู้ลงทุนทำการยืมเงินจากโบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์เพื่อลงทุนมากขึ้นกว่าที่มีจริงในบัญชีของตนเอง (ที่เรียกว่าเงินต้น) ด้วยการจ่ายเงินมัดจำ (margin) เพียงส่วนเล็กส่วนหนึ่งของมูลค่าทรัพย์สินที่จะซื้อ ส่วนเงินที่ยืมเรียกว่า “เงินกู้” หรือ “เงินกองทุน” (borrowed funds) และผู้ลงทุนจะต้องชำระดอกเบี้ยในเงินกู้ดังกล่าว Margin call เกิดขึ้นเมื่อมูลค่าของทรัพย์สินที่ลงทุนอยู่ในบัญชีการค้าเบิกเนตลดลงมากเพียงพอที่จะไม่สามารถปิดค่าเงินกู้ที่ถูกยืมไปได้ตามมูลค่าเงินต้นที่มีอยู่ ในกรณีนี้ โบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์จะต้องแจ้งผู้ลงทุนให้ทราบเพื่อให้ผู้ลงทุนทำการเพิ่มเงินมัดจำในบัญชีเพื่อรับมือกับค่าเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น หากผู้ลงทุนไม่สามารถชำระเงินมัดจำเพิ่มเข้าไปในบัญชีหรือปรับทรัพย์สินในบัญชีให้มีมูลค่ามากขึ้นเพื่อลดค่าเงินกู้ โบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์อาจจะมีสิทธิ์ในการทำการขายทรัพย์สินในบัญชีของผู้ลงทุนโดยอัตโนมัติเพื่อชำระเงินกู้ และการขายทรัพย์สินเพื่อชำระเงินกู้อาจทำให้ผู้ลงทุนสูญเสียเงินทุนหรือกำไรที่เป็นไปได้จากการลงทุนนั้นๆ อย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดในเวลานั้นๆ และมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขายไป การซื้อขายใช้การยืมเงินมากขึ้นเมื่อเทรดเดอร์ใช้การเล่นการเงิน (leverage) ซึ่งอนุญาตให้ซื้อขายมูลค่าสูงกว่าเงินที่มีในบัญชีจริง จำนวนเงินที่เทรดเดอร์ต้องมีในบัญชีเป็นเงินมัดจำเพื่อรักษาตำแหน่งที่เปิดอยู่เป็นตัวรับประกัน โดยส่วนมากมีการกำหนดค่าเงินมัดจำเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทรัพย์สินที่ซื้อขาย (margin requirement) เช่น 1%, 2%, หรือสูงกว่านั้นขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ Margin call จะเกิดขึ้นเมื่อใด Margin call จะเกิดขึ้นเมื่อมูลค่าของทรัพย์สินในบัญชีการเทรดของคุณลดลงมาถึงระดับที่ไม่สามารถรองรับค่าเงินมัดจำตามที่โบรกเกอร์กำหนดได้ สัมพันธ์ของ Margin call เกี่ยวข้องกับการใช้ Leverage (เงินยืม) เพื่อซื้อขายคู่สกุลเงินในตลาด (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)

myfxbook คืออะไร วิธีสมัคร เชื่อมต่อ myfxbook และวิธีใช้งาน

myfxbook

myfxbook คืออะไร Myfxbook เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์และติดตามผลการเทรดในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (Forex) หรือตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ นักลงทุนและเทรดเดอร์สามารถใช้ Myfxbook เพื่อเชื่อมต่อแพลตฟอร์มการซื้อขายของพวกเขากับระบบ Myfxbook เพื่อให้สามารถติดตามและวิเคราะห์ผลการซื้อขายได้ในรูปแบบกราฟและสถิติต่างๆ ที่มีความชัดเจนและง่ายต่อการเข้าใจ ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อบัญชีการเทรดของพวกเขากับ Myfxbook ซึ่งจะทำการสร้างสถิติและกราฟที่แสดงผลประสิทธิภาพการเทรดที่เกิดขึ้นในเวลาจริง รวมถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปิด-ปิดออร์เดอร์ เวลาที่อยู่ในตลาด กำไรและขาดทุน เป็นต้น โดย Myfxbook ยังเปิดให้บริการคำนวณเครดิตสกอร์ (credit score) ของเทรดเดอร์ ซึ่งเป็นการวัดความสามารถในการเทรด และสามารถใช้ในการเปรียบเทียบผู้เทรดต่างๆ ในชุดข้อมูลที่มีอยู่ในระบบที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการซื้อขาย วิธีสมัคร myfxbook การสมัครบัญชี Myfxbook เพื่อใช้งานแพลตฟอร์มในการติดตามและวิเคราะห์ผลการเทรดของคุณสามารถทำได้ดังนี้ เข้าสู่เว็บไซต์ Myfxbook: เปิดเว็บเบราว์เซอร์ของคุณและไปที่ https://www.myfxbook.com/. คลิกที่ “Sign Up” หรือ “Register”: ในหน้าแรกของเว็บไซต์ Myfxbook คุณจะพบปุ่ม “Sign Up” หรือ “Register” ให้คลิกเพื่อเริ่มกระบวนการสมัครสมาชิก. กรอกข้อมูลส่วนตัว: ในหน้าที่เปิดขึ้นหลังจากคลิก “Sign Up” คุณจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)

ทฤษฎี Elliott Wave คืออะไร มีกี่แบบ หนังสือ elliott wave แนะนำ

elliott wave

ทฤษฎี Elliott Wave คืออะไร ทฤษฎี Elliott Wave เป็นแนวคิดในการวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนของราคาในตลาดทางการเงิน ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดย Ralph Nelson Elliott ในปี 1930s และถูกนำมาใช้ในการทำนายแนวโน้มราคาในตลาดหุ้นและตลาดอื่น ๆ ด้วยหลักการสัญญาณกลับรูปแบบที่ซ้ำเติมเกิดขึ้นในการเคลื่อนไหวของราคา   ทฤษฎี Elliott Wave เน้นการหาแนวโน้มราคาของตลาดโดยใช้รูปแบบคลื่นและกลับรูปแบบที่ซ้ำเติมเป็นหลัก แต่การประยุกต์ใช้และการอ่านกราฟแท่งเทียนในแบบของทฤษฎีนี้อาจยากเนื่องจากความซับซ้อนและความต้องการความเข้าใจลึกซึ้งในการวิเคราะห์และการตีความรูปแบบคลื่นในกราฟราคาที่เป็นข้อมูลที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ทฤษฎี Elliott Wave มีกี่แบบ ทฤษฎี Elliott Wave ประกอบด้วยรูปแบบหลักของคลื่นขึ้นและคลื่นลงที่เรียกว่า Impulse Waves และ Corrective Waves ซึ่งแต่ละรูปแบบมีลักษณะและลำดับการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน นี่คือรายละเอียดของแต่ละรูปแบบ ดังนี้ Impulse Waves รูปแบบของคลื่นขึ้น (Impulse Waves) ประกอบด้วย 5 คลื่นย่อยที่เรียกว่าคลื่น 1, 2, 3, 4, และ 5 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มราคาที่เคลื่อนขึ้นในตลาด นี่คือลักษณะและลำดับของแต่ละคลื่นย่อย (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)

Price action คืออะไร มีกี่แบบ Price action pattern 12 แบบประกอบด้วยอะไรบ้าง Price action กลับตัว

price action

Price action คืออะไร Price action คือแนวความคิดหนึ่งในการวิเคราะห์กราฟราคาของหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้น สกุลเงิน สินค้า และอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ราคาและแนวโน้มของราคาโดยตรง โดยไม่ใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิคหรือตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่มาจากคำนวณทางคณิตศาสตร์ การวิเคราะห์ Price action จะเน้นการสังเกตและการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาจากแผนผังกราฟเพื่อหาสัญญาณที่อาจช่วยในการตัดสินใจซื้อหรือขายทรัพย์สินนั้นๆ ผู้ที่ใช้วิธีการ Price action จะพยายามรับรู้และวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของราคาในอดีตเพื่อนำมาประเมินแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีหลักการเบื้องต้นคือ “ราคาเคลื่อนไหวตามแนวเทรนด์” กล่าวคือราคาจะมีแนวโน้มเดินตามแนวเทรนด์เป็นระยะยาว และบางครั้งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเกิดขึ้นเมื่อราคาพุ่งขึ้นหรือตกลงอย่างชัดเจน การสังเกตและวิเคราะห์ Price action อาจใช้รูปแบบต่าง ๆ เช่น แท่งเทียน (candlestick patterns), แนวรับแนวต้าน (support and resistance levels), และคลื่นราคา (price waves) เป็นต้น เพื่อช่วยในการตัดสินใจการซื้อขายทรัพย์สินในตลาดทางการเงินและลงทุนอื่น ๆ อีกด้วย Price action  มีกี่แบบ Price action (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)

EA คืออะไร EA เทรด Forex หรือ Expert Advisor มีกี่ประเภท ดีไหม ใช้ทำกำไรได้จริงไหม

ภาพ EA

EA คืออะไร Expert Advisor (EA) คือระบบซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นในแพลตฟอร์ม MetaTrader ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา (Forex) ที่ใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินแบบอัตโนมัติ โดย EA เป็นโปรแกรมที่สามารถทำงานตามกฎการซื้อขายที่ผู้ใช้กำหนดไว้ เช่น เงื่อนไขการเปิดหรือปิดออร์เดอร์ การจัดการเงิน และกฎการตรวจสอบต่างๆ โดยไม่ต้องมีการควบคุมโดยมนุษย์ทุกขั้นตอน. EA สร้างขึ้นโดยใช้ภาษาการเขียนโปรแกรม MQL4 หรือ MQL5 ซึ่งเป็นภาษาเฉพาะที่ใช้สำหรับการพัฒนาโปรแกรมสำหรับแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 EA สามารถทำงานตลอดเวลา 24 ชั่วโมงตามกฎการซื้อขายที่กำหนดไว้ และมีความเร็วในการประมวลผลที่สูง ทำให้มันเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมในตลาดที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและต้องการการตัดสินใจทันที โดย EA ยังช่วยลดความอารมณ์และความเร้าร้อนที่มักจะเกิดขึ้นในการเทรดแบบมืออย่างมาก เนื่องจากมันไม่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์หรือความรู้สึก Expert Advisor มีกี่ประเภท Expert Advisor (EA) มีหลายประเภท ตามกลยุทธ์การซื้อขายและฟังก์ชันที่ผู้สร้างต้องการให้ EA ดำเนินการ โดยอธิบายแต่ละประเภทของ EA อย่างละเอียดดังนี้ Trend-Following EA: EA (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)

ATR (Average True Range) Forex คืออะไร ATR stop ใช้ ATR หาจุดกลับตัว ใช้ATR หา Trailing Stop อย่างไร

ภาพ ATR

ATR (Average True Range) Forex คืออะไร ATR หมายถึง “Average True Range” ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ใช้ในการวัดความแปรปรวนของราคาในตลาดการซื้อขายเงินตรา (Forex) หรือในตลาดอื่น ๆ ด้วย โดยปกติ ATR ถูกใช้เพื่อวัดการเคลื่อนไหวของราคาในระยะเวลาหนึ่งเพื่อช่วยให้นักลงทุนและนักซื้อขายเข้าใจถึงการแปรปรวนของราคาและระดับความเสี่ยงในตลาด Average True Range (ATR) เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ช่วยวัดความแปรปรวนของราคาในตลาด Forex โดยช่วยในการปรับความเสี่ยงและการตัดสินใจซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากจะแสดงถึงระดับความแปรปรวนของราคาในช่วงเวลาที่กำหนดไว้อย่างละเอียด ๆ และช่วยปรับขนาดการเทรดและกำหนดเป้าหมายกำไร-ขาดทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดแต่ละครั้ง การคำนวณ ATR (Average True Range) การคำนวณ ATR (Average True Range) นั้นเป็นกระบวนการที่ใช้ค่ามากสุดและค่าน้อยสุดในแต่ละแท่งเทียน (candlestick) รวมถึงค่าปิดของแท่งเทียนก่อนหน้าเพื่อหาค่า True Range (TR) จากนั้นนำค่า True Range มาหาเฉลี่ยเพื่อสร้าง ATR ในช่วงเวลาที่กำหนด ดังนี้ คำนวณค่าความแตกต่างระหว่างค่ามากสุดและค่าน้อยสุดในแท่งเทียนปัจจุบัน: True Range (อ่านข้อมูลฉบับเต็ม)